อีคอมเมิร์ซ
ขายออนไลน์ในไทยไม่เหมือนขายออนไลน์ที่ไหนในโลก
ตลาดมูลค่า 1.15 ล้านล้านบาท ที่มีระบบชำระเงิน ช่องทางขาย และเอกสารเป็นของตัวเอง แพลตฟอร์มระดับโลกที่ติดตั้งมาแบบมาตรฐานไม่ตอบโจทย์สักข้อ เราสร้างร้านค้าตามพฤติกรรมการซื้อของคนไทยจริง ๆ
- มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ปี 2025
- ฿1.15Tมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ปี 2025
- อัตราการเติบโตต่อปี
- 16%อัตราการเติบโตต่อปี
- ผู้ซื้อที่ซื้อผ่านช่องทางโซเชียล
- 80%ผู้ซื้อที่ซื้อผ่านช่องทางโซเชียล
ระบบชำระเงิน
รับเงินในแบบที่คนไทยจ่าย
การโอนเงินระหว่างบัญชีที่นำโดย PromptPay กลายเป็นสัดส่วนมูลค่าอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในไทยแล้ว ขณะที่การเก็บเงินปลายทางยังสูงติดอันดับต้น ๆ ของโลก หน้าเช็กเอาต์ที่รับแต่บัตรเครดิตจึงเสียลูกค้าส่วนใหญ่ไปในขั้นตอนสุดท้าย
- ของมูลค่าอีคอมเมิร์ซมาจากการโอนระหว่างบัญชี นำโดย PromptPay
- 44%ของมูลค่าอีคอมเมิร์ซมาจากการโอนระหว่างบัญชี นำโดย PromptPay
- ของผู้ซื้อยังใช้การเก็บเงินปลายทาง
- 49%ของผู้ซื้อยังใช้การเก็บเงินปลายทาง
- ใช้วอลเล็ต เช่น TrueMoney, Rabbit LINE Pay หรือ ShopeePay
- 50%ใช้วอลเล็ต เช่น TrueMoney, Rabbit LINE Pay หรือ ShopeePay
PromptPay และ Thai QR
สร้าง QR ที่หน้าเช็กเอาต์และกระทบยอดกับออร์เดอร์อัตโนมัติ ไม่ใช่ QR แบบคงที่ที่ต้องมานั่งจับคู่สลิปกับออร์เดอร์เอง
เก็บเงินปลายทางที่ไม่กินกำไร
ระบบ COD พร้อมตรวจสอบที่อยู่ กำหนดเพดานมูลค่าออร์เดอร์ และกระทบยอดกับบริษัทขนส่ง เพื่อให้วิธีจ่ายที่มีอัตราตีกลับสูงที่สุดยังทำกำไรได้
2C2P, K-Bank และระบบผ่อนชำระ
บัตรเครดิต โอนผ่านธนาคาร และแผนผ่อนชำระผ่านเกตเวย์ของไทย รวมถึงแคมเปญผ่อน 0% ที่ลูกค้ามองหาเมื่อยอดสั่งซื้อสูง
วอลเล็ตและจ่ายทีหลัง
TrueMoney, Rabbit LINE Pay และ ShopeePay พร้อมตัวเลือกจ่ายทีหลัง เพื่อไม่ให้เสียตะกร้าสินค้าเพียงเพราะไม่มีปุ่มจ่ายเงินที่ลูกค้าใช้
ช่องทางขาย
ร้านของคุณเป็นแค่หนึ่งในหลายหน้าร้าน
ผู้ซื้อออนไลน์คนไทยสี่ในห้าคนใช้โซเชียลคอมเมิร์ซในเส้นทางการซื้อ ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก และการขายผ่านไลฟ์สดกับวิดีโอสั้นสร้างยอดขายราวหนึ่งในสี่ของอีคอมเมิร์ซไทยทั้งหมด คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะขายบนช่องทางเหล่านี้ไหม แต่คือช่องทางเหล่านั้นใช้สต็อกก้อนเดียวกับคุณหรือเปล่า
- ของผู้ซื้อคนไทยใช้โซเชียลคอมเมิร์ซ
- 80%ของผู้ซื้อคนไทยใช้โซเชียลคอมเมิร์ซ
- ของยอดขายมาจากไลฟ์สดและวิดีโอสั้น
- 25%ของยอดขายมาจากไลฟ์สดและวิดีโอสั้น
- ส่วนแบ่งตลาดที่ TikTok Shop ครองอยู่ในปัจจุบัน
- 33%ส่วนแบ่งตลาดที่ TikTok Shop ครองอยู่ในปัจจุบัน
LINE ในฐานะช่องทางขาย
LINE Login, LINE Shopping และ LINE OA ที่ตอบคำถามเรื่องออร์เดอร์ได้ เป็นแอปที่ลูกค้าคนไทยใช้อยู่แล้ว เชื่อมกับข้อมูลออร์เดอร์จริง ไม่ใช่กล่องข้อความแยกอีกกล่อง
สต็อกก้อนเดียวกันทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop
ซิงก์สินค้า ราคา และสต็อก ให้การขายบน TikTok Shop ตัดสต็อกก้อนเดียวกับเว็บของคุณ เพราะการขายเกินสต็อกคือสาเหตุที่ทำให้ถูกระงับบัญชีมาร์เก็ตเพลส
รองรับทราฟฟิกช่วงไลฟ์
คลาวด์โฮสติง ที่ทนช่วงไลฟ์สดได้ หน้าเช็กเอาต์ที่รับคนพันคนในสิบนาทีได้จริง ไม่ใช่ระบบที่ให้ลูกค้าต่อคิว
เหตุผลที่ลูกค้าควรซื้อจากเว็บคุณโดยตรง
ราคาสมาชิก แต้มสะสม และระบบสั่งซื้อซ้ำ เสริมด้วยSEO และการตลาดออนไลน์ ที่ทำให้เว็บของคุณคุ้มค่าที่จะกดเข้ามา เพราะมาร์เก็ตเพลสให้คุณเช่าลูกค้า ไม่ได้ขายลูกค้าให้คุณ
เบื้องหลังการทำงาน
งานหลังบ้านที่ไม่หวือหวา แต่ตัดสินว่าคุณจะโตได้ไหม
ใบกำกับภาษี คำมั่นเรื่องเวลาจัดส่ง และการซิงก์ข้อมูลหลังบ้าน คือจุดที่โปรเจกต์อีคอมเมิร์ซไทยล้มเงียบ ๆ และเป็นส่วนที่เทมเพลตจากต่างประเทศไม่เคยครอบคลุม เพราะไม่มีตลาดไหนต้องการมันในรูปแบบนี้
ใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง
ให้ลูกค้าขอใบกำกับภาษีพร้อมข้อมูลนิติบุคคลครบถ้วนตั้งแต่หน้าเช็กเอาต์ พร้อมรองรับระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร ปัจจุบันยังเป็นระบบสมัครใจ แต่ลูกค้าองค์กรเริ่มกำหนดเป็นเงื่อนไขการสั่งซื้อมากขึ้น
ออกแบบโดยคำนึงถึง PDPA
เก็บความยินยอม กำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูล และรองรับคำขอเข้าถึงข้อมูล ตั้งแต่ตอนพัฒนา ไม่ใช่มาตามแก้หลังจากมีเรื่องร้องเรียน
เชื่อมต่อขนส่งไทย
ไปรษณีย์ไทย, Flash, J&T, Kerry และ Ninja Van เชื่อมกับออร์เดอร์พร้อมติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์ บนหน้าร้านที่รับทำเว็บไซต์มาอย่างดี ซึ่งแจ้งกำหนดส่งให้ลูกค้าเห็นก่อนกดสั่งซื้อ ทุกวันนี้ในกรุงเทพฯ ส่งวันเดียวถึงหรือวันถัดไปคือมาตรฐาน ส่วนต่างจังหวัดอยู่ที่ 2–4 วัน
ซิงก์กับ ERP และระบบหลังบ้าน
เชื่อมต่อระบบ ERP อย่าง SAP, Microsoft Dynamics หรือ Salesforce เข้ากับหน้าร้าน เพื่อให้สต็อก ราคา และออร์เดอร์ ไม่ต้องคีย์ซ้ำด้วยมืออีกต่อไป
แพลตฟอร์ม
สามแพลตฟอร์ม กับคำแนะนำที่ตรงไปตรงมา
เราพัฒนาได้ทั้งสามแพลตฟอร์มและไม่มีเหตุผลที่จะเชียร์ตัวใดตัวหนึ่ง จำนวนสินค้า ความต้องการแบบ B2B และระดับที่คุณอยากดูแลเองคือสิ่งที่ตัดสิน เราจะบอกว่าอันไหนเหมาะหลังจากเข้าใจธุรกิจของคุณแล้ว ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น

Magento / Adobe Commerce
เหมาะกับสินค้าจำนวนมากหรือซับซ้อน ราคาแบบ B2B และการปรับแต่งเชิงลึก เป็นความเชี่ยวชาญหลักของเราและเป็นแพลตฟอร์มเบื้องหลังผลงานส่วนใหญ่ในพอร์ตของเรา

Shopify
เปิดร้านได้เร็วที่สุดและดูแลง่ายที่สุดในแต่ละวัน แต่ควรรู้ไว้ว่า Shopify Payments ยังไม่เปิดให้บริการในไทย งานเชื่อมต่อเกตเวย์ของไทยจึงสำคัญกว่าที่อื่น

WooCommerce
ยืดหยุ่นและคุ้มค่าบน WordPress พร้อมความเป็นเจ้าของเต็มที่ หัวใจอยู่ที่การดูแลปลั๊กอินให้สะอาด เพราะปัญหาส่วนใหญ่ของ WooCommerce มาจากปลั๊กอิน ไม่ใช่ตัวระบบหลัก
ทุกงานที่เกี่ยวข้องกับการทำอีคอมเมิร์ซในไทย
แต่ละหัวข้อในหน้านี้มีหน้าของตัวเองให้อ่านต่อ
- Shopify Partnerได้รับการรับรองให้พัฒนาและดูแลร้านค้า Shopify และ Shopify Plus
- WooExpertพาร์ตเนอร์นักพัฒนา WooCommerce ที่ได้รับการรับรอง
- Magento Partnerพาร์ตเนอร์ผู้ให้บริการโซลูชัน Adobe Commerce และ Magento 2
พร้อมให้ร้านค้าของคุณเติบโตแล้วหรือยัง
เล่าโปรเจกต์ของคุณให้เราฟัง รับคำปรึกษาและใบเสนอราคาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ



