เชื่อมต่อระบบ ERP

เลิกคีย์ออร์เดอร์ซ้ำได้แล้ว

เชื่อมร้านค้าของคุณเข้ากับระบบที่ขับเคลื่อนธุรกิจอยู่แล้ว — SAP, Dynamics, Navision, Sage หรือ Salesforce — เพื่อให้สต็อก ราคา และออร์เดอร์ไม่ขัดแย้งกันอีกต่อไป พร้อมจัดการภาษีไทยให้ถูกต้อง

  • SAP
  • MS Dynamics
  • MS Navision
  • Sage
  • Salesforce
  • Custom API
  • Shopify Partnerได้รับการรับรองให้พัฒนาและดูแลร้านค้า Shopify และ Shopify Plus
  • WooExpertพาร์ตเนอร์นักพัฒนา WooCommerce ที่ได้รับการรับรอง
  • Magento Partnerพาร์ตเนอร์ผู้ให้บริการโซลูชัน Adobe Commerce และ Magento 2
0+

โปรเจกต์ที่ส่งมอบแล้ว

0+

ลูกค้าที่พึงพอใจ

0+

ปีแห่งประสบการณ์

คุ้นๆ ไหม?

นี่คือปัญหาการเชื่อมต่อระบบ ที่แต่งตัวมาเป็นปัญหาอีคอมเมิร์ซ

ขายของที่ไม่มีสต็อกจริงไปแล้ว แล้วมารู้ตัวจากลูกค้าที่โทรมาทวง
ทุกเช้าต้องมีคนคีย์ออร์เดอร์จากเว็บเข้า ERP ด้วยมือ
ราคาบนเว็บกับราคาใน ERP ไม่ตรงกัน และไม่มีใครแน่ใจว่าอันไหนถูก
ลูกค้าขายส่งเข้าเว็บแล้วไม่เห็นราคาตามสัญญาของตัวเอง
ปิดยอดสิ้นเดือนใช้เวลาหลายวัน เพราะสองระบบไม่เคยตรงกันสักที

ถ้าเจอสองข้อนี้ขึ้นไป

ทางแก้แทบไม่ใช่เว็บไซต์ใหม่ แต่คือการทำให้สองระบบพูดภาษาเดียวกัน

สิ่งที่เราสร้างให้

รายละเอียดของการเชื่อมต่อระบบ

ซิงก์ข้อมูลสองทาง

เราตกลงกันทีละฟิลด์ว่าอะไรซิงก์ ทิศทางไหน และถี่แค่ไหน แทนที่จะพูดกว้างๆ แบบเดิมว่า 'ให้สองระบบคุยกัน'

สต็อกสินค้าแบบเรียลไทม์

ดันสต็อกจาก ERP หรือ WMS มาที่หน้าร้านตามจังหวะที่สอดคล้องกับความเร็วในการขายจริง เพื่อให้ปัญหาขายเกินสต็อกหมดไป

ราคาเฉพาะรายลูกค้า

ดึงราคาตามสัญญา ราคาขั้นบันได และส่วนลดตามปริมาณจาก ERP มาให้ ลูกค้าขายส่งล็อกอินแล้วเห็นราคาของตัวเองทันที

ระบบออร์เดอร์และใบแจ้งหนี้

ออร์เดอร์จากเว็บเข้า ERP อัตโนมัติพร้อมข้อมูลลูกค้า ภาษี และค่าจัดส่งครบถ้วน แล้วดันสถานะจัดส่งและเลขติดตามพัสดุกลับมาที่ร้าน

ภาษีไทยและ e-Tax Invoice

จัดการ VAT ให้ถูกต้อง เก็บข้อมูลใบกำกับภาษีตั้งแต่หน้าชำระเงิน พร้อมทางเลือกเข้าระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร

มิดเดิลแวร์และ API เฉพาะทาง

ที่ไหนไม่มีตัวเชื่อมสำเร็จรูป เราสร้างเลเยอร์เชื่อมต่อเอง ทั้งคิวงาน บันทึกล็อก และรีทราย เพื่อให้การซิงก์ที่ล้มเหลวปรากฏให้เห็น ไม่ใช่หายไปเงียบๆ

เรื่องที่ควรรู้

e-Tax Invoice ของไทยเป็นทางเลือก — และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ต่างจากหลายประเทศในภูมิภาคที่บังคับใช้ e-invoicing แบบ B2B ประเทศไทยยังไม่มีข้อบังคับนั้น ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากรเป็นทางเลือก แต่ภาครัฐมีมาตรการหักลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมเพื่อจูงใจให้ใช้ และสิทธิประโยชน์นี้ขยายเวลาไปถึงสิ้นปี 2027 แล้ว

ธุรกิจขนาดเล็กสามารถใช้ช่องทางแบบอีเมลที่ง่ายกว่า แทนกระบวนการ XML และลายเซ็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ ถ้าคุณกำลังเชื่อมร้านค้ากับ ERP อยู่แล้ว นี่คือจังหวะที่เหมาะจะตัดสินใจว่าจะรับระบบนี้ไปด้วยหรือไม่ เพราะโครงสร้างเบื้องหลังคาบเกี่ยวกันอยู่

กฎเกณฑ์และสิทธิประโยชน์เรื่องนี้ถูกปรับปรุงบ่อยครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับนักบัญชีของคุณ เราสร้างระบบเชื่อมต่อให้ ไม่ใช่ที่ปรึกษาด้านภาษี

สิ่งที่เราดูแลให้ไม่ว่าจะเลือกทางไหน

  • เก็บข้อมูลใบกำกับภาษีตั้งแต่หน้าชำระเงิน ไม่ต้องตามทวงทีหลัง
  • คิด VAT และรายงานให้ตรงกันทั้งฝั่งร้านค้าและ ERP
  • เลขที่ใบแจ้งหนี้ที่ระบบบัญชีของคุณยอมรับ
  • โครงสร้างที่ย้ายไปใช้ e-Tax Invoice ในภายหลังได้โดยไม่ต้องสร้างใหม่

สร้างมาเพื่อประเทศไทย

รายละเอียดท้องถิ่นที่ทีมเชื่อมต่อระบบจากต่างประเทศมักพลาด

VAT และใบกำกับภาษี

เก็บและส่งต่อข้อมูล VAT และฟิลด์ใบกำกับภาษีไทยครบถ้วน — ชื่อบริษัท เลขผู้เสียภาษี สาขา — อย่างถูกต้อง

พร้อมรองรับ e-Tax Invoice

วางโครงสร้างให้รองรับระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากรเมื่อคุณพร้อมใช้งาน

ระบบขนส่งไทย

Kerry, Flash, J&T และไปรษณีย์ไทย พร้อมดันเลขติดตามพัสดุกลับไปหาลูกค้าโดยอัตโนมัติ

ระบบบัญชีไทย

นอกจาก ERP ระดับโลกแล้ว เรายังเชื่อมต่อโปรแกรมบัญชีที่ SME ไทยใช้งานจริง

วิธีการทำงานของเรา

หกขั้นตอน และขั้นตอนที่ดูน่าเบื่อที่สุดคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

01

ทำแผนที่ข้อมูล

ระบบไหนเป็นเจ้าของฟิลด์ไหน ฟังดูชัดเจนแต่เป็นขั้นตอนที่โปรเจกต์ส่วนใหญ่มักข้าม ซึ่งเป็นสาเหตุที่พังทีหลัง

02

ตกลงทิศทางและจังหวะเวลา

แต่ละฟิลด์: ทางเดียวหรือสองทาง เรียลไทม์หรือเป็นรอบ ไม่ใช่ทุกอย่างต้องเรียลไทม์ และการทำให้เป็นแบบนั้นทั้งหมดมีต้นทุนสูงเกินจำเป็น

03

สร้างตัวเชื่อมต่อ

เชื่อมผ่าน API โดยตรงในจุดที่ระบบรองรับ และใช้มิดเดิลแวร์ในจุดที่ไม่รองรับ พร้อมระบบคิวงาน รีทราย และบันทึกล็อกตั้งแต่ต้น

04

กระทบยอดบนระบบทดสอบ

รันสองระบบขนานกันด้วยข้อมูลจริงแล้วเทียบผล บั๊กของการเชื่อมต่อมักซ่อนอยู่ในกรณีขอบๆ ไม่ใช่กรณีปกติ

05

ตัดเปลี่ยนระบบอย่างระมัดระวัง

เปิดใช้งานจริงในช่วงที่ทราฟฟิกต่ำ จับตาดูคิวงาน และคงกระบวนการมือไว้จนกว่าตัวเลขทั้งสองฝั่งจะตรงกัน

06

มอนิเตอร์ต่อเนื่อง

แจ้งเตือนเมื่อการซิงก์ล้มเหลว พร้อมแดชบอร์ดที่มีคนเข้าไปดูจริงๆ ระบบเชื่อมต่อที่ไม่มีใครมอนิเตอร์คือปัญหาที่รอวันเกิด

ผลงานคัดสรร

ร้านค้าที่มีระบบหลังบ้านหนุนอยู่

Delish Foods storefront

สินค้าสดและผลผลิตการเกษตร

Delish Foods

สต็อกสินค้าเน่าเสียง่าย ที่การซิงก์ล่าช้าแค่ชั่วโมงเดียวก็ขายของที่คลังไม่มีแล้วออกไปได้

Oceantableware storefront

เครื่องแก้วและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร

Oceantableware

แคตตาล็อกลึกพร้อมสต็อกแยกตามตัวเลือกสินค้า ที่ตั้งราคาและนับจากระบบหลังบ้าน

Hahhong storefront

ค้าส่ง

Hahhong

ระบบสั่งซื้อขายส่งพร้อมราคาตามบัญชีลูกค้า ที่ต้องตรงกับระบบที่ทีมขายใช้เสนอราคา

All About You storefront

ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

All About You

ติดตามล็อตการผลิตและวันหมดอายุจากระบบหลังบ้านมาถึงสิ่งที่ลูกค้าสั่งซื้อได้จริง

Food Promart storefront

วัตถุดิบพรีเมียม

Food Promart

ราคาขายส่งและขายปลีกอยู่บนแคตตาล็อกเดียวกัน กระทบยอดตรงกับข้อมูลระบบหลังบ้าน

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง ERP

คำถามที่เราถูกถามบ่อยที่สุด

ที่พบบ่อยที่สุดคือ SAP, Microsoft Dynamics, MS Navision, Sage และ Salesforce รวมถึงระบบที่พัฒนาขึ้นเองผ่าน REST หรือ SOAP ถ้าระบบของคุณเปิด API หรือแลกไฟล์ข้อมูลตามรอบเวลาได้ แทบจะเชื่อมต่อได้เสมอ คำถามอยู่ที่ต้นทุนเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าทำได้ไหม

ไม่ต้อง และส่วนใหญ่ไม่ควรทำด้วย สต็อกมักต้องใกล้เคียงเรียลไทม์ ส่วนข้อมูลสินค้าและราคามักใช้แบบเป็นรอบได้สบายๆ การทำให้ทุกอย่างเรียลไทม์เพิ่มต้นทุนและความเปราะบางโดยไม่ได้ประโยชน์ทางธุรกิจเพิ่มขึ้น เราจึงตั้งจังหวะการซิงก์แยกตามฟิลด์ ให้สอดคล้องกับความเร็วที่ข้อมูลนั้นเปลี่ยนจริง

คือระบบใบกำกับภาษีและใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ณ ปี 2026 ยังเป็นทางเลือก ไม่ใช่ข้อบังคับ ประเทศไทยยังไม่มีข้อบังคับ e-invoicing แบบ B2B ทั่วไป แต่ก็คุ้มค่าที่จะพิจารณา เพราะภาครัฐมีมาตรการหักลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไข e-Tax Invoice และ e-Receipt และสิทธิประโยชน์นี้ขยายเวลาไปถึงสิ้นปี 2027 ธุรกิจที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์สามารถใช้ช่องทางแบบอีเมลที่ง่ายกว่าได้ แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับนักบัญชีของคุณ เพราะกฎเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ถูกปรับปรุงบ่อยครั้ง

การเชื่อมต่อแบบโฟกัสเฉพาะสต็อกและออร์เดอร์กับระบบเดียวอาจใช้เวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ ส่วนการซิงก์หลายระบบพร้อมราคาเฉพาะลูกค้าและภาษีจะใช้เวลานานกว่า และไทม์ไลน์มักถูกกำหนดโดยความเร็วที่เจ้าของระบบอีกฝั่งตอบคำถามและให้สิทธิ์เข้าถึง ไม่ใช่ความเร็วในการพัฒนาของเรา

ระบบจะเข้าคิว รีทราย บันทึกล็อก และแจ้งเตือนคน สิ่งที่อันตรายคือการออกแบบที่ล้มเหลวแบบเงียบๆ แล้วมารู้ทีหลังหลายสัปดาห์ว่าสต็อกผิด เราออกแบบเส้นทางรับมือความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ต้น เพราะเป็นส่วนที่ต้องทำงานในวันที่แย่ที่สุด

ส่วนใหญ่เชื่อมต่อกับสิ่งที่คุณมีอยู่ได้เลย เราทำงานกับ Magento, Shopify และ WooCommerce และจะบอกตรงๆ ถ้าระบบปัจจุบันทำให้การเชื่อมต่อมีต้นทุนสูงเกินสมเหตุสมผล บางครั้งการแก้ไขรากฐานก่อนถูกกว่าการหาทางเลี่ยงปัญหาไปเรื่อยๆ

คุณเป็นเจ้าของโค้ดและเอกสารทั้งหมด เราดูแลและมอนิเตอร์ให้ได้ แต่คุณไม่ถูกล็อกกับเรา และนักพัฒนาคนถัดไปควรอ่านสิ่งที่เราสร้างไว้เข้าใจได้โดยไม่ต้องโทรมาถามเรา

ระบบไหนควรเป็นเจ้าของข้อมูลสต็อกของคุณ?

บอกเรามาว่าคุณใช้ระบบอะไร และตัวเลขไม่ตรงกันตรงไหน เราจะช่วยทำแผนที่ข้อมูลร่วมกับคุณก่อนเสนอราคาใดๆ