ตรวจสอบระบบเดิม
แคตตาล็อก ลูกค้า ประวัติคำสั่งซื้อ การเชื่อมต่อ และทราฟฟิก เราจะบอกว่าอะไรย้ายต่อได้เลยและอะไรต้องสร้างใหม่
Shopify และ Shopify Plus
ร้านค้าที่เปิดขายได้เร็วและขายได้จริงในไทย — พร้อมช่องทางชำระเงินไทย LINE เก็บเงินปลายทาง และใบกำกับภาษี ดูแลโดยทีมกรุงเทพฯ ที่สร้างร้าน Magento ซึ่งมักถูกนำมาเทียบกับ Shopify ด้วยเช่นกัน



โปรเจกต์ที่ส่งมอบแล้ว
ลูกค้าที่พึงพอใจ
ปีประสบการณ์
อ่านก่อนเริ่มสร้างร้าน
Shopify Payments ไม่รองรับร้านค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทย นั่นหมายความว่าทุกร้านค้าที่นี่ต้องใช้เกตเวย์บุคคลที่สาม — และ Shopify จะเก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมบุคคลที่สามเพิ่มเติมจากที่เกตเวย์เก็บเองด้วย
หลายเอเจนซีมักมาพบเรื่องนี้กลางคันตอนสร้างร้าน และมองว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ นี่ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องเลี่ยง Shopify แต่เป็นเหตุผลที่ต้องออกแบบสัดส่วนช่องทางชำระเงินอย่างตั้งใจ เพราะมันเปลี่ยนต้นทุนจริงของทุกออเดอร์
เอกสารของ Shopify เองยืนยันทั้งข้อจำกัดตามประเทศ และการยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมบุคคลที่สามสำหรับช่องทางแบบแมนนวล เช่น โอนผ่านธนาคารและเก็บเงินปลายทาง
สิ่งที่เราพัฒนา
ร้านค้าพร้อมเปิดขาย ตั้งค่าสินค้า การชำระเงิน การจัดส่ง และภาษีสำหรับตลาดไทย ไม่ใช่ธีมตัวอย่างที่แค่ใส่โลโก้
ย้ายจาก Magento, WooCommerce หรือระบบที่พัฒนาเอง พร้อมย้ายสินค้า ลูกค้า และประวัติคำสั่งซื้อ และตั้งค่า Redirect URL เพื่อรักษาอันดับ SEO
หน้าร้านออกแบบเฉพาะบนโครงสร้างธีมของ Shopify เพื่อให้ทีมคุณแก้ไขเนื้อหาเองได้โดยไม่ต้องพึ่งนักพัฒนา
สำหรับแบรนด์ที่เติบโตเกินแพลนมาตรฐาน — ปรับแต่ง Checkout ได้ลึก รองรับ B2B หลายหน้าร้าน และระบบอัตโนมัติสำหรับปริมาณสูง
เชื่อมต่อ Shopify กับ ERP ระบบบัญชี คลังสินค้า และการตลาดของคุณ พร้อมพัฒนาแอปเฉพาะเมื่อไม่มีแอปสำเร็จรูปที่ตรงความต้องการ
หาจุดที่ Checkout รั่วไหลแล้วแก้ไข วัดผลจากความเร็ว หน้าสินค้า ตะกร้า และประสบการณ์บนมือถือ ไม่ใช่การเดา
ออกแบบมาเพื่อประเทศไทย
เชื่อมต่อ 2C2P, Omise, GB Prime Pay และผู้ให้บริการท้องถิ่นอื่นเข้ากับ Checkout ของ Shopify
ช่องทาง QR และโอนผ่านธนาคาร ซึ่งยังช่วยเลี่ยงค่าธรรมเนียมธุรกรรมบุคคลที่สามของ Shopify ด้วย
ตั้งค่า COD อย่างถูกต้อง พร้อมระบบกระทบยอดและจัดการการปฏิเสธรับสินค้าที่จำเป็นจริง
ช่องทางติดต่อ LINE บนหน้าสินค้าและตะกร้า พร้อมแจ้งอัปเดตคำสั่งซื้อในที่ที่ลูกค้าไทยอ่านจริง
เก็บชื่อบริษัท เลขผู้เสียภาษี และสาขา ตั้งแต่ขั้นตอนชำระเงิน แทนที่จะตามทวงทีหลัง
ทั้งสองภาษาเขียนโดยเจ้าของภาษา ใช้ Shopify Markets แทนปลั๊กอินแปลภาษาแบบต่อเติม
ย้ายระบบมา Shopify
งานย้ายระบบมา Shopify ที่เราทำส่วนใหญ่มาจาก Magento หรือ WooCommerce ข้อมูลมักไม่ใช่ส่วนที่ยาก — แต่คือการทำ Redirect ซึ่งเป็นสิ่งที่ใบเสนอราคาราคาถูกมักตัดออกไป
แคตตาล็อก ลูกค้า ประวัติคำสั่งซื้อ การเชื่อมต่อ และทราฟฟิก เราจะบอกว่าอะไรย้ายต่อได้เลยและอะไรต้องสร้างใหม่
จัดทำแผนที่ Redirect รายหน้าก่อนเริ่มย้ายสิ่งใด นี่คือสิ่งที่ปกป้องอันดับ SEO ที่คุณลงทุนมา
สร้างธีมและฟังก์ชันใหม่บน Shopify ฟีเจอร์เฉพาะแพลตฟอร์มมักย้ายตรงๆ ไม่ได้ การสมมติว่าย้ายได้จะสร้างปัญหาทีหลัง
ย้ายสินค้า ตัวเลือกสินค้า ลูกค้า และคำสั่งซื้อ พร้อมตรวจสอบให้ตรงกับต้นฉบับแทนที่จะสันนิษฐานว่าถูกต้อง
ตั้งค่าและทดสอบเกตเวย์ไทย PromptPay เก็บเงินปลายทาง อัตราค่าส่ง และภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยธุรกรรมจริง
เปิดระบบใหม่ แล้วติดตาม Crawl Error อันดับ SEO และอัตราการปิดการขายอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์แรก
คำแนะนำตรงไปตรงมา
ในกรณีเหล่านี้ Magento มักเหมาะกว่า เราพัฒนาทั้งสองแพลตฟอร์ม คำแนะนำนี้จึงไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Shopify
ใช้ไม่ได้ Shopify Payments ไม่รองรับร้านค้าที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งทำให้หลายคนแปลกใจตอนสร้างร้านไปกลางทาง คุณต้องเชื่อมต่อเกตเวย์บุคคลที่สาม เช่น 2C2P, Omise หรือ GB Prime Pay แทน ซึ่งใช้งานได้ดี แต่หมายความว่าค่าธรรมเนียมธุรกรรมบุคคลที่สามของ Shopify จะถูกเรียกเก็บเพิ่มจากค่าธรรมเนียมของเกตเวย์เอง ดังนั้นควรออกแบบสัดส่วนช่องทางชำระเงินอย่างตั้งใจ
Shopify ไม่เก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมบุคคลที่สามกับช่องทางชำระเงินแบบแมนนวล เช่น โอนผ่านธนาคารและเก็บเงินปลายทาง เนื่องจากทั้งสองช่องทางยังใช้กันแพร่หลายในไทย การเปิดให้ใช้ควบคู่กับบัตรและ PromptPay จะช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยต่อออเดอร์ได้จริง เราคำนวณให้ตามสัดส่วนออเดอร์จริงของคุณ ไม่ใช่การเดา
ร้านค้าแบบมาตรฐานที่ใช้ธีมที่เลือกมาอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปอยู่ที่ 50,000–120,000 บาท สำหรับงานออกแบบ ตั้งค่าสินค้า การชำระเงิน และการจัดส่ง งานออกแบบเฉพาะ ย้ายระบบ หรือเชื่อมต่อระบบหลังบ้าน โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 150,000–300,000 บาท และเพิ่มขึ้นตามขอบเขตงาน ค่าสมัครสมาชิก Shopify แยกต่างหากและชำระตรงกับ Shopify
ได้ — ส่วนใหญ่ย้ายมาจาก Magento หรือ WooCommerce เราย้ายสินค้า ตัวเลือกสินค้า ลูกค้า และประวัติคำสั่งซื้อ สร้างหน้าร้านใหม่ และเขียนแผนที่ Redirect เพื่อให้อันดับการค้นหารอดจากการย้ายระบบ การทำ Redirect คือส่วนที่ใบเสนอราคาราคาถูกมักตัดออก และเป็นส่วนที่คุณจะรู้สึกได้ทีหลัง
โดยทั่วไปยังไม่จำเป็นในช่วงแรก Plus จะคุ้มค่าเมื่อคุณต้องการปรับแต่ง Checkout รองรับ B2B มีหลายหน้าร้าน หรือระบบอัตโนมัติสำหรับปริมาณสูง ค่าสมัครสมาชิกสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เราจะบอกตรงๆ ว่าแพลนมาตรฐานยังเพียงพอสำหรับคุณอยู่หรือไม่
ได้ เราเชื่อมต่อ Shopify กับระบบ ERP บัญชี และคลังสินค้าผ่าน API หรือ Middleware ของระบบนั้นๆ พร้อมซิงค์สินค้า สต๊อก ราคา และคำสั่งซื้อ หากไม่มีแอปสำเร็จรูปที่ตรงความต้องการ เราจะพัฒนาแอปเฉพาะให้แทนการฝืนใช้ทางออกที่ไม่เหมาะสม
ต้องดีแน่นอน เพราะทราฟฟิกอีคอมเมิร์ซในไทยส่วนใหญ่มาจากมือถือ มักเป็น Android ระดับกลางผ่านเน็ตมือถือ เราออกแบบและทดสอบเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ เพราะ Checkout ที่ดีแค่บนเดสก์ท็อปคือ Checkout ที่เสียออเดอร์ไปเงียบๆ
บอกเราว่าคุณขายอะไรและขายที่ไหนอยู่ตอนนี้ คุณจะได้คำตอบตรงๆ เรื่องแพลตฟอร์ม การชำระเงิน และค่าใช้จ่าย — รวมถึงถ้า Shopify ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะด้วย